รมช. ธีระชัย เปิดการสัมมนาระดมสมองจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาพืชทดแทนพลังงาน เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติพลังงาน พร้อมผลักดันให้ไทยเป็นแหล่งผลิตพืชพลังงานทดแทนที่สำคัญของโลก
รมช. ธีระชัย เปิดการสัมมนาระดมสมองจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาพืชทดแทนพลังงาน เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติพลังงาน พร้อมผลักดันให้ไทยเป็นแหล่งผลิตพืชพลังงานทดแทนที่สำคัญของโลก นายธีระชัย แสนแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลัง เป็นประธานเปิดการสัมมนา เรื่อง ยุทธศาสตร์การพัฒนาพืชทดแทนพลังงาน ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ อ.เมือง จ.สกลนคร ว่า จากสถานการณ์การผลิตอ้อยและมันสำปะหลังในปีการผลิต 2550/51 พบว่า อ้อยมีพื้นที่ปลูก 5.4 ล้านไร่ ผลผลิต 73.2 ล้านตัน ส่วนมันสำปะหลังมีพื้นที่ปลูก 7.34 ล้านไร่ ผลผลิต 26.92 ล้านตัน ซึ่งเพียงพอสำหรับการแปรรูปโดยโรงงานอุตสาหกรรมในปัจจุบัน อาทิ มันเส้น มันอัดเม็ด แป้งมันสำปะหลัง และโรงงานน้ำตาลทราย แต่ขณะเดียวกันความต้องการในภาคอุตสาหกรรมในประเทศมีมากขึ้นตลอดเวลาปีละประมาณ 10% รวมไปถึงการแปรรูปเป็นเอทานอลจากโรงงานที่มีการขออนุญาตไว้ถึง 45 โรง
เพื่อใช้ทดแทนพลังงานจากน้ำมันที่มีราคาสูงขึ้นมาก จนเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไข ประกอบกับนโยบายพลังงานที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา ซึ่งมีประเด็นสำคัญในการมุ่งสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงาน ส่งเสริมให้มีการกำกับดูแลกิจการพลังงานให้มีราคาพลังงานที่เหมาะสม พัฒนาและวิจัยพลังงานทดแทนทุกรูปแบบเพื่อเป็นทางเลือกแก่ประชาชนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาที่ยั่งยืน ส่งเสริมการประหยัดพลังงานอย่างจริงจังและต่อเนื่อง รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนา ผลิต และใช้พลังงานควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
นายธีระชัย กล่าวต่อไปว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้นำปัญหาและแนวนโยบายดังกล่าวมาจัดทำยุทธศาสตร์ด้านพืชพลังงานทดแทน โดยมีเป้าหมายที่จะให้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตพืชพลังงานทดแทนที่สำคัญของโลก และมีแผนการยกระดับผลผลิต ลดต้นทุนการผลิต และสนับสนุนการสร้างโรงงานแปรรูป รวมถึงการปรับปรุงระเบียบ ข้อบังคับในการดำเนินการต่าง ๆ ให้มีความสะดวก เหมาะสำหรับการลงทุนของภาคเอกชนมากขึ้น โดยมีภาครัฐเป็นฝ่ายสนับสนุนในด้านต่าง ๆ เพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้
ดังนั้น จึงได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรดำเนินการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ยุทธศาสตร์การพัฒนาพืชทดแทนพลังงานขึ้นทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยจะดำเนินการรวม 9 ครั้ง ใน 9 จังหวัด ที่มีการปลูกอ้อยและ มันสำปะหลัง ซึ่งจังหวัดสกลนครก็ถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่เป็นศูนย์กลางในการดำเนินการ อนึ่ง คาดว่าการจัดสัมมนาในครั้งนี้จะเป็นการระดมความคิดเห็นจากผู้แทนขององค์กรต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง ไปจนถึงการแปรรูป และจำหน่ายในผลิตภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ โดยเน้นที่ระบบการผลิตอ้อยและมันสำปะหลัง ทั้งนี้เพื่อที่จะได้นำไปประกอบการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนา พืชทดแทนพลังงาน ให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานของประเทศต่อไป
ที่มา จาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ http://www.moac.go.th
วันที่ 21 กรกฎาคม 2551
|